รัฐบาลนายกฯอภิสิทธิ์ ที่ให้ฉายา รัฐบาลมะม่วงบ่มแก๊ส นี้ เป็น ฉายาที่ อดีตนายกฯสมัคร สุนทรเวช ผู้ล่วงลับ เป็นผู้ตั้งฉายาให้ จะฉายา รัฐบาลส้มหล่น หรือ ฉายา รัฐบาลเทพประทาน มันก้อคือกัน...
คือเอาลักษณะความจริงมาพูดมาเขียน จนกระทั่งคุณประพันธ์ แฉพฤติกรรม 30 ข้อ ที่ล้มเหลว ที่นายกฯท่านนี้ไม่เหมาะเป็นนายกฯท่านต่อไปอีกแม้ จะมีตัวเลือกท่านอื่นๆ เช่น คุณกรณ์ จาติกวนิช คุณอภิรักษ์ โกษะโยธิน ก้คงไม่พ้นวนเวียน การบริหารงานแบบปัดๆๆๆ ยืดเวลาออกไปเนิ่นาน ไม่ยอมทำงานอะไรให้เป็นชิ้นเป็นอัน ไม่กล้าตัดสินใจ เหมือน นายกฯหุ่นยนต์ รอแต่คนอื่นสั่งๆๆๆ ทำงาน บริหารจัดการไม่เป็น ปล่อยปัญหาไม่ตัดสินใจแก้ปัญหาอย่างเด็ดขาด ทำให้ปัญหาลุกลามต่อไป ผมจึงอยากให้ท่านนายกฯที่ยังเหลือเวลา อีกไม่ถึงเดือนนี้ ทำงานแก้ไขข้อครหา และ เสียงสะท้อนจากสื่อ ให้หมดไป เพราะได้ยินว่าอุดมการณ์พรรคยาวนาน แต่ การบริการงานจัดการพรรคแย่ ผมไม่เคยว่า วิจารย์ หากกระทบกระทั่งให้ขุ่นเคือง ผมก็อภัยผมด้วย เพราะทำไปโดยไม่ได้เจตนา
เพราะทั้งนี้ ผมก้อคงเลิกเล่นและไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมืองแล้ว ทำให้คนดีเสียหายพินาศ และเป็นผลบาปกรรมกับสังคมการเมือง หากไม่ใช่คนดีเสื่อม แต่ สังคมการเมืองเล่นการเมือง นั่นแหละ จะได้รับโทษบาปกรรมที่กระทำต่อ คนดีซื่อบริสุทธิ์ เช่น โทษ 10 ข้อ คนดีพระอริยะ เพราะไม่ใช่คนดีแบบธรรมดา อ่านรายละเอียดที่ ....www.buddhadooddle.blogspot.com
ผมยินดี ที่ คนดีไม่มีเสื่อม อย่าง คนดี แบบไม้บรรทัด อย่าง รตอ ดร.ปุระชัย เปี่ยมสมบรูณ์ อาสาทำงานการเมืองอีกครั้ง ขอให้ ทำงาน บุคลิกภาพเยียม แบบไม่มีติ อย่าง 30ข้อเหมาะสม30 ข้อเยี่ยม ที่ คุณประพันธ์ คูณมี วิพากษ์ และต้องแสดง คนดีที่ท่านว่าอ้าง เคยทำความดีที่เป็นรูปธรรมผลงานออกมาให้สังคมได้เห็นมีอย่างไรบ้าง .....
ท่านเคยเป็น รมว.มหาดไทย ยุคฉายา มือปราบสายเดี่ยว ผมคิดว่า คนดี 30 ข้อ ครบถ้วนสมบรูณ์ นั้น คงมีน้อย และหายาก ต้องสร้าง ต้องเสาะแสวงหาคนดี ให้ครบ 30 ข้อ เป็นคนดี.....
แต่ถ้าหาก มีคนดี ไม่ถึง 30 ข้อ ตรงกันข้าม นั้น ปัญหาการเมือง ก้อคงอีหรอบเดิม ... เห็นทีต้องเชิญชวน คนไทยทั้งหลาย รักชาติ รักความถูกต้องชอบธรรม ลงมติ คว่ำบาตร การเลือกตั้ง no vote ทั้งแผ่นดิน ซึ่งผมก้อคง no vote แน่นอน เพราะ มัดมือชก ประชาชนไม่มีทางเลือก ยอมจำนน ต่อ นักการเมือง ที่ไม่ใช่คนดีที่แท้จริง เลือกตั้ง ไป ก็เลือกคนไม่ดี ไม่ซื่อสัตย์ต่อประชาชน และประเทศชาติ ไปทำงานการเมือง เป็นบาปเป็นกรรมกับประเทศชาติ และ โลก ไป เปล่าๆๆๆๆๆๆ แต่กลับกัน ถ้าทำงานอยากเป็นคนดี30 ข้อ ที่แท้จริง ประชาชน และ พวกผม ก้อยินดีสนับสนุน..
พรรคการเมืองใหม่ เพื่อการเลือกตั้งหรือเพื่อการปฏิรูปสังคมไทย? (1)
โดย ประพันธ์ คูณมี 31 มีนาคม 2554 18:51 น.
พรรคการเมืองใหม่ (New Politics Party-NPP) เป็นพรรคที่ก่อตั้งโดยมีพื้นฐานมาจากกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิไตย โดยจดทะเบียนจัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2552 จุดเริ่มต้นของการก่อตั้งพรรคการเมืองดังกล่าว สืบเนื่องมาจากหลังการชุมนุมของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่ยืนหยัดต่อสู้กับระบอบทักษิณอย่างยืดเยื้อยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ เป็นเวลา 193 วัน อันเป็นการชุมนุมต่อสู้ที่ทรหดอดทน ยากลำบาก ด้วยความกล้าหาญ เสียสละของประชาชนจำนวนเรือนแสนเรือนล้าน แม้จะถูกคุกคาม ทำร้าย และปราบปรามอย่างโหดร้ายทารุณ จนผู้ชุมนุมต้องเสียสละชีวิตและเลือดเนื้อ รวมทั้งบาดเจ็บพิการเป็นจำนวนหลายสิบและหลายร้อยคน รัฐบาลทักษิณ และตัวแทนหุ่นเชิดของเขา ก็ไม่สามารถหยุดยั้ง และทำลายการต่อสู้ ด้วยจิตใจกล้าหาญของประชาชนเหล่านั้นได้
จนในที่สุดทักษิณ และระบอบทักษิณ ก็ได้ถูกพลังอันเข้มแข็งกล้าหาญของกลุ่มพันธมิตรฯ โค่นล้ม และสูญสิ้นอำนาจไป พันธมิตรฯ จึงเป็นพลังแห่งศีลธรรม คุณธรรม และตัวแทนเจตนารมณ์ของมวลมหาประชาชนที่ต้องการโค่นล้มการเมืองระบอบเก่า และต้องการสถาปนาการเมืองระบอบใหม่ เพื่อการปฏิรูปเปลี่ยนแปลงสังคมไทยในทุกๆ ด้าน เพื่อนำพาประเทศก้าวไปสู่สังคมที่เจริญรุ่งเรือง ประชาชนมีสิทธิเสรีภาพ เสมอภาค ภราดรภาพ นักการเมือง และผู้ที่จะอาสามาเป็นผู้นำในการบริหารประเทศ ต้องเป็นผู้นำที่มีความซื่อสัตย์สุจริต มีความรู้ความสามารถ มีความรักและซื่อสัตย์ต่อประเทศชาติ และประชาชน มีความเคารพและจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์
เมื่อระบอบทักษิณได้ถูกโค่นล้มลงไป เกิดการรวมตัวจัดตั้งรัฐบาลใหม่ โดยกลุ่มและพรรคการเมืองต่างๆ ที่มีพรรคประชาธิปัตย์เป็นแกนนำ มีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี บริหารบ้านเมืองมาได้ระยะหนึ่ง ประชาชนจำนวนมากยังเห็นว่า การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองดังกล่าว มิใช่ทางเลือกและคำตอบสำหรับประชาชนและประเทศไทย เพราะรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ บริหารประเทศโดยส่อไปในทางเพื่อปกป้องผลประโยชน์ ของกลุ่มและพรรคการเมืองในระบอบเก่า กลุ่มทุนที่เคยร่วม และสนับสนุนรัฐบาลทักษิณมาแล้วทั้งสิ้น โอกาสและอนาคตที่จะมองเห็นการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง เพื่อนำไปสู่การปฏิรูปประเทศหนีออกจากการเมืองที่ล้มเหลว ยังไร้วี่แวว และมองไม่เห็นอนาคตว่า จะเป็นจริง
ด้วยเหตุดังกล่าว ภายหลังการชุมนุมของพันธมิตรฯ 193 วัน สิ้นสุดและภายหลังมีรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ประมาณ 5 เดือน คือเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2552 อันเป็นวันครบรอบ 1 ปีของการเริ่มการชุมนุมครั้งใหญ่ของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย แกนนำและประชาชนจึงได้ร่วมกันจัดงานรำลึกอย่างยิ่งใหญ่ที่สนามกีฬา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ขึ้นท่ามกลางสายฝน โดยมีประชาชนเข้าร่วมจำนวนมากล้นสนามกีฬา และในงานดังกล่าวแกนนำทั้ง 5 ได้ขอประชามติของประชาชนผู้ร่วมงาน เพื่อถามความเห็นว่า มีความสมควร และจำเป็นที่จะต้องจัดตั้งพรรคการเมืองของพันธมิตรฯ ขึ้นมาหรือไม่ เพื่อทำหน้าที่ตามเจตนารมณ์ของประชาชนที่ได้ร่วมต่อสู้กันมา
ที่สุดที่ชุมนุมของประชาชนในวันงานดังกล่าวก็ได้ลงมติเป็นเอกฉันท์เห็นชอบให้จัดตั้งพรรคการเมืองขึ้นมา ซึ่งก็คือ พรรคการเมืองใหม่ เมื่อพิจารณาจากความเป็นมาดังกล่าว พรรคการเมืองใหม่จึงเป็นผลิตผลที่เกิดขึ้นจากการต่อสู้ของพันธมิตรฯ โดยในการประกาศจัดตั้งพรรคครั้งนี้เป็นที่รับรู้โดยทั่วไปว่า พรรคการเมืองใหม่ คือเครื่องมือทางการเมืองของพันธมิตรฯ จัดตั้งขึ้นเพื่อปฏิบัติภารกิจตามเจตนารมณ์ของพันธมิตรฯ นั่นเอง
ความสัมพันธ์ระหว่างพรรคกับประชาชนจึงควรต้องเป็นหนึ่งเดียว จะแยกออกจากกันไม่ได้ ประชาชนเป็นฐานสนับสนุนพรรค พรรคก็ต้องอาศัยพลังของประชาชนไปปฏิบัติภารกิจทางการเมืองให้ประสบความสำเร็จ ตามเจตจำนงของประชาชน
สถานการณ์บ้านเมืองในปัจจุบัน พันธมิตรฯ ได้ร่วมกับประชาชนผู้รักชาติทุกหมู่เหล่า ชุมนุมต่อสู้ และกดดันเรียกร้องให้รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ยกเลิก MOU 2543 ถอนตัวจากภาคีมรดกโลก ผลักดันและขับไล่ทหารและคนกัมพูชาที่รุกรานและยึดครองแผ่นดินไทยออกไปปกป้องเอกราชและอธิปไตยของชาติ แต่เมื่อรัฐบาลเพิกเฉย ไม่นำพาสนใจต่อข้อเรียกร้องและดื้อรั้นดำเนินนโยบายต่างประเทศ และกระทำทุกวิถีทางอันจะนำไปสู่การสูญเสียเอกราชและดินแดนให้แก่กัมพูชา ตลอดจนบริหารประเทศโดยล้มเหลวในทุกๆ ด้าน ซ้ำปล่อยให้รัฐมนตรีของตน และพรรคร่วมรัฐบาลทุจริตคอร์รัปชันอย่างหนักหน่วงและฉาวโฉ่ เป็นที่อื้อฉาว แม้จะถูกจับได้ไล่ทันและถูกอภิปรายเปิดโปงทั้งในและนอกสภา รัฐบาลก็หาได้นำพาที่จะรับฟัง และจัดการกับผู้กระทำความผิดแต่อย่างใดไม่ หนำซ้ำยังปกปิด ปกป้อง ยกมือสนับสนุน โดยมิได้สนใจต่อความรู้สึกของประชาชน
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี สนใจแต่เพียงการยุบสภาเพื่อหนีปัญหา และชิงความได้เปรียบแก้เกมทางการเมือง หาทางรักษาอำนาจเพื่อกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง ท่ามกลางเสียงประณามสาปแช่งของประชาชน และโดยมิได้สำนึกถึงการบริการที่ล้มเหลวไร้ประสิทธิภาพ สร้างความเสียหายแก่ประเทศชาติ และก่อให้เกิดความทุกข์ยากเดือดร้อนแก่ประชาชนแต่อย่างใด (อ่านต่อวันศุกร์หน้า)
"ประชาธิปไตย โดยประชาชน เพื่อประชาชน ของประชาชน ขอให้รัฐสภาเป็นที่พึ่ง เพื่อความอยู่ดี กินดี และ สงบสุขของประชาชนอย่างสันติ..เป็นธรรมาธิปไตย ประชาธิปไตยที่มีความถูกต้องมีความชอบธรรม ยุติธรรม.."นายผ้าขาวม้า
วันจันทร์ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2554
วันเสาร์ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2554
ถ้าสร้างความถูกต้องชอบธรรม ไม่มีวันเบื่อ..
ประชาชนที่รักความเป็นธรรม บริโภคข้อมูล ข่าวสาร และโพลต่างๆ นับ70-80 ปี การเมือง วนเวียนแต่ปัญหาเรื่องเก่าๆๆๆ การเมืองถอยหลังเข้าคลอง น้ำเน่า ซื้อเสียง ธุรกิจการเมือง ถอนทุน ทุจริต คอรัปชั่น ทอดทิ้งละเลยแก้ปัญหาประชาชน ไม่เคยเบื่อ ปฎิวัติ แต่ เบื่อแต่นักการเมือง ไม่ทำหน้าที่นักการเมืองที่ดี
ปล่อยปัญหาเกิดขึ้นอยู่บ่อยๆๆๆ เพราะถ้าไม่ปฎิวัติ ประชาชน ที่รักความเป็นธรรม นั่นและ จะปฎิวัติเอง..
ระวังจะเกิดอุบัติเหตุทางการเมือง ก่อน ยุบสภา.....
Daily News Online หน้าการเมือง บทนำ พูดเรื่องปฏิวัติไม่เบื่อหรือ
หลังจากที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีได้ยืนยันหนักแน่นในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรว่าจะยุบสภาในสัปดาห์แรกของเดือนพฤษภาคม ก็เป็นที่เข้าใจว่าจะมีการเลือกตั้งแน่นอนภายใน 45-60 วัน ตามรัฐธรรมนูญที่ได้ระบุไว้ ซึ่งได้มีการคาดการณ์กันว่าจะมีการกำหนดวันเลือกตั้งในอาทิตย์แรกของเดือนกรกฎาคม การประกาศวันเวลายุบสภาของนายกรัฐมนตรีอย่างชัดเจนนั้น ทำให้พรรคการเมืองต่าง ๆ ทั้งพรรคเก่า และพรรคใหม่ที่เพิ่งจัดตั้งขึ้นใหม่มีความเคลื่อนไหวในการลงสู้ศึกเลือกตั้งเพื่อชิงชัยเก้าอี้ ส.ส. และแน่นอนที่สุดก็จะมีข่าวลวงปนข่าวจริงที่ถูกปล่อยออกมาเรื่องการย้ายพรรคของ ส.ส. และจับมือขั้วการเมืองระหว่างกัน
เชื่อว่าคนไทยทุกคนต่างก็เคลื่อนไหวเช่นกันเพื่อที่จะหาผู้สมัคร ส.ส. และพรรคการเมืองที่ตนเองชื่นชอบเลือกเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่เป็นตัวแทนของตนเองในการเข้าไปบริหารประเทศชาติ แต่ก็แปลกที่มีบางคนบางกลุ่มออกมาพูดเรื่องว่าจะไม่มีการเลือกตั้ง หรือพูดเรื่องการยึดอำนาจปฏิวัติรัฐประหาร โดยวิเคราะห์จากสถานการณ์การเมืองที่น่าสงสัยในบางเรื่องว่าอาจจะเป็นชนวนเหตุที่ทหารจะเข้าไปยึดอำนาจเพื่อมิให้มีการเลือกตั้งเกิดขึ้นมา แม้ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบกได้ออกมาย้ำแล้วย้ำอีกว่าไม่มีการปฏิวัติ สนับสนุนการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย พรรคการเมืองไหนได้จัดตั้งรัฐบาลก็ต้องสนับสนุน เพราะทหารเป็นของประชาชนและประเทศชาติ
อย่างไรก็ดี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้พูดถึงเรื่องการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นว่า กลาโหมพร้อมที่จะสนับสนุนการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย เพราะนายกรัฐมนตรีได้ประกาศชัดเจนแล้ว จะไปเปลี่ยนหรือทำอะไรไม่ได้ ที่สำคัญ
กองทัพเป็นกลไกของรัฐบาล เพราะว่ารัฐบาลไหนเข้ามาก็ต้องร่วมทำงานกับรัฐบาลนั้น ๆ ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลชุดนี้ หรือรัฐบาลหน้า เนื่องจากรัฐบาลเป็นผู้กำหนดนโยบายการบริหารประเทศ และกองทัพเป็นกลไกของรัฐบาลซึ่งรัฐธรรมนูญก็เขียนไว้ชัดเจน คำกล่าวดังกล่าวก็เป็นที่น่ายินดีที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้ยืนยันถึงเรื่องการสนับสนุนการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย
แต่ก็เป็นเรื่องแปลกของการเมืองในประเทศไทยที่ยังมีการพูดเรื่อง “ปฏิวัติ” ขึ้นมาแบบซ้ำซากไม่รู้จักเบื่อ ทั้ง ๆ ที่ประชาชนฟังแล้วเบื่อหน่ายแทนผู้ที่ปล่อยข่าวแทน ซึ่งข่าวปฏิวัตินั้นถ้ารู้ทันเกมทันข่าวก็เหมือนกับการแย่งชิงอำนาจทางการเมืองของกลุ่มผู้ที่เล่นการเมืองมากกว่า ประเทศไทยเราน่าจะก้าวพ้นที่จะมาพูดเรื่องปฏิวัติกันได้แล้ว ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับอำนาจการเมืองควรจะต้องร่วมมือกันทำให้ประชาธิปไตยของไทยยั่งยืนตลอดไป ก็จะเป็นคุณต่อประเทศมากทีเดียว ณ ปัจจุบันนี้ไม่ควรที่จะได้ยินเรื่องปฏิวัติอีกต่อไป เพราะคนจะไม่ค่อยเชื่อและก็ยังสงสัยพฤติกรรมของกลุ่มบุคคลที่พยายามปล่อยข่าวปฏิวัติว่าเป็นคำพูดที่ทำเพื่อประโยชน์ของชาติบ้านเมือง หรือเพื่อประโยชน์ของกลุ่มพรรคตนเอง.
ปล่อยปัญหาเกิดขึ้นอยู่บ่อยๆๆๆ เพราะถ้าไม่ปฎิวัติ ประชาชน ที่รักความเป็นธรรม นั่นและ จะปฎิวัติเอง..
ระวังจะเกิดอุบัติเหตุทางการเมือง ก่อน ยุบสภา.....
Daily News Online หน้าการเมือง บทนำ พูดเรื่องปฏิวัติไม่เบื่อหรือ
หลังจากที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีได้ยืนยันหนักแน่นในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรว่าจะยุบสภาในสัปดาห์แรกของเดือนพฤษภาคม ก็เป็นที่เข้าใจว่าจะมีการเลือกตั้งแน่นอนภายใน 45-60 วัน ตามรัฐธรรมนูญที่ได้ระบุไว้ ซึ่งได้มีการคาดการณ์กันว่าจะมีการกำหนดวันเลือกตั้งในอาทิตย์แรกของเดือนกรกฎาคม การประกาศวันเวลายุบสภาของนายกรัฐมนตรีอย่างชัดเจนนั้น ทำให้พรรคการเมืองต่าง ๆ ทั้งพรรคเก่า และพรรคใหม่ที่เพิ่งจัดตั้งขึ้นใหม่มีความเคลื่อนไหวในการลงสู้ศึกเลือกตั้งเพื่อชิงชัยเก้าอี้ ส.ส. และแน่นอนที่สุดก็จะมีข่าวลวงปนข่าวจริงที่ถูกปล่อยออกมาเรื่องการย้ายพรรคของ ส.ส. และจับมือขั้วการเมืองระหว่างกัน
เชื่อว่าคนไทยทุกคนต่างก็เคลื่อนไหวเช่นกันเพื่อที่จะหาผู้สมัคร ส.ส. และพรรคการเมืองที่ตนเองชื่นชอบเลือกเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่เป็นตัวแทนของตนเองในการเข้าไปบริหารประเทศชาติ แต่ก็แปลกที่มีบางคนบางกลุ่มออกมาพูดเรื่องว่าจะไม่มีการเลือกตั้ง หรือพูดเรื่องการยึดอำนาจปฏิวัติรัฐประหาร โดยวิเคราะห์จากสถานการณ์การเมืองที่น่าสงสัยในบางเรื่องว่าอาจจะเป็นชนวนเหตุที่ทหารจะเข้าไปยึดอำนาจเพื่อมิให้มีการเลือกตั้งเกิดขึ้นมา แม้ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบกได้ออกมาย้ำแล้วย้ำอีกว่าไม่มีการปฏิวัติ สนับสนุนการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย พรรคการเมืองไหนได้จัดตั้งรัฐบาลก็ต้องสนับสนุน เพราะทหารเป็นของประชาชนและประเทศชาติ
อย่างไรก็ดี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้พูดถึงเรื่องการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นว่า กลาโหมพร้อมที่จะสนับสนุนการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย เพราะนายกรัฐมนตรีได้ประกาศชัดเจนแล้ว จะไปเปลี่ยนหรือทำอะไรไม่ได้ ที่สำคัญ
กองทัพเป็นกลไกของรัฐบาล เพราะว่ารัฐบาลไหนเข้ามาก็ต้องร่วมทำงานกับรัฐบาลนั้น ๆ ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลชุดนี้ หรือรัฐบาลหน้า เนื่องจากรัฐบาลเป็นผู้กำหนดนโยบายการบริหารประเทศ และกองทัพเป็นกลไกของรัฐบาลซึ่งรัฐธรรมนูญก็เขียนไว้ชัดเจน คำกล่าวดังกล่าวก็เป็นที่น่ายินดีที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้ยืนยันถึงเรื่องการสนับสนุนการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย
แต่ก็เป็นเรื่องแปลกของการเมืองในประเทศไทยที่ยังมีการพูดเรื่อง “ปฏิวัติ” ขึ้นมาแบบซ้ำซากไม่รู้จักเบื่อ ทั้ง ๆ ที่ประชาชนฟังแล้วเบื่อหน่ายแทนผู้ที่ปล่อยข่าวแทน ซึ่งข่าวปฏิวัตินั้นถ้ารู้ทันเกมทันข่าวก็เหมือนกับการแย่งชิงอำนาจทางการเมืองของกลุ่มผู้ที่เล่นการเมืองมากกว่า ประเทศไทยเราน่าจะก้าวพ้นที่จะมาพูดเรื่องปฏิวัติกันได้แล้ว ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับอำนาจการเมืองควรจะต้องร่วมมือกันทำให้ประชาธิปไตยของไทยยั่งยืนตลอดไป ก็จะเป็นคุณต่อประเทศมากทีเดียว ณ ปัจจุบันนี้ไม่ควรที่จะได้ยินเรื่องปฏิวัติอีกต่อไป เพราะคนจะไม่ค่อยเชื่อและก็ยังสงสัยพฤติกรรมของกลุ่มบุคคลที่พยายามปล่อยข่าวปฏิวัติว่าเป็นคำพูดที่ทำเพื่อประโยชน์ของชาติบ้านเมือง หรือเพื่อประโยชน์ของกลุ่มพรรคตนเอง.
2554วิทยุชาวอโศกFMTV93.50ฟังได้ที่อุบลฯ
วันพฤหัสบดีที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2554วิทยุFMTV93.50ฟังได้ที่อุบลฯ
ณ วันอาทิตย์ ที่ ๑๒ กันยายน พ.ศ.๒๕๕๓
ขึ้น ๔ ค่ำ เดือน ๑๐ ปีขาล
.
.
.
ในแต่ละสัปดาห์ จะมีข่าวคราวความเคลื่อนไหว กิจกรรมต่าง ๆ
ภายในแต่ละชุมชนชาวอโศกทั่วประเทศ มาให้แฟนรายการได้รับชมกัน
..
โทรทัศน์ผ่านดาวเทียมช่องเล็ก ๆ ที่มีปณิธานที่จะทำในสิ่งที่ยิ่งใหญ่
ดังชื่อทีวีที่พ่อท่านสมณะโพธิรักษ์ได้ตั้งไว้ชื่อว่า "โทรทัศน์เพื่อมนุษยชาติ"
หรือภาษาอังกฤษว่า For Mankind Television (FMTV) ดู ๆ แล้ว
ก็เหมือนจะเป็นการอวดตัวอวดตน ยกตน ของชาวอโศก จนดูเกินกาล
หลายคนยังรู้สึกว่า น่าหมั่นใส้ แต่โทรทัศน์ช่องนี้ ก็มีสโลแกน
(ที่พ่อท่านฯ ตั้งให้อีกนั่นแหละ) ว่า "ทุกบรรยากาศ คือ การรายงานความจริง"
ก็เลยต้องสื่อสารสิ่งที่เป็นความเป็นจริง ความเป็นไปตามจริงของพวกเราชาวอโศก
ไปให้แต่ละชุมชนของพวกเรา ได้รับซับทราบ ในฐานะที่เป็น "ญาติธรรม"
(ญาติที่สนิท บางครั้งยิ่งกว่าญาติทางสายเลือด) ถึงสุข-ทุกข์,
ความเป็นไปของกันและกัน อีกทั้งให้คนภายนอกผู้สนใจติดตามชมวิถีชีวิต
ของชาวอโศก ได้รับรู้ ได้ศึกษาชีวิตที่เป็นไปตามหลักปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียง
ตามพระราชดำริของในหลวง ซึ่งก็ตรงกันกับการใช้ชีวิตตามแนวทางวิถีพุทธ
ที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้ทรงเคยดำเนินผ่านมาตลอดพระชนม์ชีพ
พวกเราในฐานะพุทธสาวก ซึ่งหวังมุ่งสู่นิพพาน ก็ควรจะดำเนินชีวิตตามแนวทางนี้
จึงจะพบความสันติสุขแห่งชีวิตความเป็นมนุษย์ โดยมิช้า..
Tag: , กิจกรรมชาวอโศก, ชุมชนพอเพียง, ชีวิตเป็นสุข, เศรษฐกิจพึ่งตน, ชุมชนเข้มแข็ง, ประชามีธรรม, ประเทศมีไท, ข่าว FMTVเขียนโดย chaba2550 ที่ 2010-09-12 22:28:24 น. 10. ชื่นชีวี วิถีไทย,2. FMTV-ชาวอโศก-พุทธศาสนา,ชีวิต-สังคม 6 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบท
ณ วันอาทิตย์ ที่ ๑๒ กันยายน พ.ศ.๒๕๕๓
ขึ้น ๔ ค่ำ เดือน ๑๐ ปีขาล
.
.
.
ในแต่ละสัปดาห์ จะมีข่าวคราวความเคลื่อนไหว กิจกรรมต่าง ๆ
ภายในแต่ละชุมชนชาวอโศกทั่วประเทศ มาให้แฟนรายการได้รับชมกัน
..
โทรทัศน์ผ่านดาวเทียมช่องเล็ก ๆ ที่มีปณิธานที่จะทำในสิ่งที่ยิ่งใหญ่
ดังชื่อทีวีที่พ่อท่านสมณะโพธิรักษ์ได้ตั้งไว้ชื่อว่า "โทรทัศน์เพื่อมนุษยชาติ"
หรือภาษาอังกฤษว่า For Mankind Television (FMTV) ดู ๆ แล้ว
ก็เหมือนจะเป็นการอวดตัวอวดตน ยกตน ของชาวอโศก จนดูเกินกาล
หลายคนยังรู้สึกว่า น่าหมั่นใส้ แต่โทรทัศน์ช่องนี้ ก็มีสโลแกน
(ที่พ่อท่านฯ ตั้งให้อีกนั่นแหละ) ว่า "ทุกบรรยากาศ คือ การรายงานความจริง"
ก็เลยต้องสื่อสารสิ่งที่เป็นความเป็นจริง ความเป็นไปตามจริงของพวกเราชาวอโศก
ไปให้แต่ละชุมชนของพวกเรา ได้รับซับทราบ ในฐานะที่เป็น "ญาติธรรม"
(ญาติที่สนิท บางครั้งยิ่งกว่าญาติทางสายเลือด) ถึงสุข-ทุกข์,
ความเป็นไปของกันและกัน อีกทั้งให้คนภายนอกผู้สนใจติดตามชมวิถีชีวิต
ของชาวอโศก ได้รับรู้ ได้ศึกษาชีวิตที่เป็นไปตามหลักปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียง
ตามพระราชดำริของในหลวง ซึ่งก็ตรงกันกับการใช้ชีวิตตามแนวทางวิถีพุทธ
ที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้ทรงเคยดำเนินผ่านมาตลอดพระชนม์ชีพ
พวกเราในฐานะพุทธสาวก ซึ่งหวังมุ่งสู่นิพพาน ก็ควรจะดำเนินชีวิตตามแนวทางนี้
จึงจะพบความสันติสุขแห่งชีวิตความเป็นมนุษย์ โดยมิช้า..
Tag: , กิจกรรมชาวอโศก, ชุมชนพอเพียง, ชีวิตเป็นสุข, เศรษฐกิจพึ่งตน, ชุมชนเข้มแข็ง, ประชามีธรรม, ประเทศมีไท, ข่าว FMTVเขียนโดย chaba2550 ที่ 2010-09-12 22:28:24 น. 10. ชื่นชีวี วิถีไทย,2. FMTV-ชาวอโศก-พุทธศาสนา,ชีวิต-สังคม 6 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบท
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)





